“คลับไก่”แชมป์เก็บแต้มในรอบ 2 ปีผู้ไร้ถ้วยรางวัล

0
462
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ตารางคะแนนไม่เคยโกหกใคร เป็นคำพูดอมตะที่ใช้ได้ดีในทุกการแข่งขัน เนื่องจาก เชลซี ที่สามารถเก็บ 3 คะแนนที่ต้องการจาก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน จนผงาดขึ้นไปสู่บัลลังก์แชมป์ที่รอคอยได้อีกครั้ง ในขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็สิ้นไร้หนทางขัดขวางเนื่องจากมีโปรแกรมลงเตะหลังทีมคู่แข่งร่วมเมืองที่คว้าแชมป์ไปครองตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่แล้ว

แชมป์เก็บแต้มในรอบ 2 ปี

สเปอร์ส

แต่ยังมีอยู่อีกตารางคะแนนที่ซึ่ง สเปอร์ส นำโด่งเหนือคู่แข่งอื่นๆได้ถึง 10 คะแนน โดยคิดเริ่มต้นจากวันเปิดสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้วมาจนถึงก่อนเกมส์นัดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ โกยแต้มรวมกันไปแล้วถึง 144 คะแนน เชลซี และ แมนฯ ซี้ เก็บมาได้ 134 คะแนนเท่ากัน อาร์เซน่อล ทำได้ 131 คะแนน ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด จับมือกันอยู่ที่ 130 คะแนน ส่วนทางฝั่ง เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเก็บได้ 124 คะแนน ซึ่งเท่ากับว่าหากนับที่จบ 2 ฤดูกาลเต็มยังไงๆพวกเขาก็คือทีมที่ทำคะแนนรวมได้มากที่สุด

จากสถิติที่รวบรวมมาก็แสดงให้เห็นชัดเจนถึงมาตรฐานอันสูงส่งของ ไก่เดือยทอง ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ยิ่งหากเอาเม็ดเงินที่ลงทุนไปเปรียบเทียบกับ 2 ทีมเงินถุงเงินถังจาก แมนเชสเตอร์ ที่ละลายทรัพย์ไปร่วม 600 ล้านปอนด์ในตลาดนักเตะที่ผ่านมา ทางฝั่ง โปเช็ตติโน่ กลับใช้เงินซื้อนักเตะไปเป็นจำนวนเงินไม่ถึง 200 ล้านปอนด์

อย่างไรก็ตาม 2 ทีมที่คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ในช่วงเวลาดังกล่าวก็คือ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ที่ฝ่ายแรกกลับคืนสภาพมาเป็นทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นในปีนี้ ในขณะที่ฝ่ายหลังก็เคยมีช่วงเวลาหลายเดือนที่ต้องป้วนเปี้ยนอยู่เหนือโซนท้ายตารางในซีซั่นที่แล้ว ซึ่งเกียรติประวัติที่น่าภาคภูมิใจของ สาวกคลับไก่ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็คงจะเป็นการที่ทีมสามารถรักษาโควต้าเข้าเป็นเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อย่างมั่นคง แต่ก็ยังคงปราศจากถ้วยรางวัลใดๆมาประดับอยู่ใน ไวท์ ฮาร์ท เลน

เส้นทางการลุ้นแชมป์

สเปอร์ส ลีก คัพ 2008

โทรฟี่ล่าสุดของพวกเขายังคงเป็น แชมป์ ลีก คัพ ในปี 2008 ในขณะที่รางวัลสุดท้ายของ โปเช็ตติโน่ ก็คือถ้วยแชมป์ โกปา เดล เรย์ ในปี 2006 กับ เอสปันญ่อล ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้ายในชีวิตนักเตะของเขา และหากพูดถึงผู้เล่นซุปตาร์ของทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน และ เดเล่ อัลลี่ ที่ถึงแม้จะเคยคว้ารางวัลเกียรติยศส่วนบุคคลมาครองได้ แต่หากเปรียบเทียบกับ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ดาวเตะเพื่อนร่วมชาติของ เลสเตอร์ ที่กวาดรางวัลสำคัญในระดับประเทศมาแล้วถึง 2 รายการก็ถือว่ายังห่างไกลนัก

อาจจะมีหลากหลายเหตุผลที่ชี้ว่า สเปอร์ส กำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่จะมุ่งไปสู่ดวงดาว แต่การที่พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจแต่ยังคงไร้ถ้วยรางวัลมาประดับในตู้โชว์ ก็ไม่สามารถการันตีความสำเร็จและอนาคตที่สดใสได้

เพราะหาก เคน, อัลลี่ หรือ โปเช็ตติโน่ ถูกทีมอื่นดึงตัวไป หรือพวกเขาถูกอาการบาดเจ็บตามรบกวน หรือเกิดมีทีมใดที่ตกถังข้าวสารเพิ่มพร้อมงบสนับสนุนไม่อั้น หรือมีผจก.ทีมคนใหม่ที่สร้างอิมแพ็คจากรูปแบบการเล่นที่ลงตัวอย่างที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เคยทำกับ เลสเตอร์ หรือที่ อันโตนิโอ คอนเต้ สร้างไว้กับ เชลซี ก็ล้วนแล้วแต่จะส่งผลให้พวกเขาทำได้แค่มองตาปริบๆหลังจบฤดูกาลต่อไป

ราชาไร้บัลลังก์

ลิเวอร์พูล 4 - 3 นิวคาสเซิ่ล

ตัวอย่างในอดีตก็เคยมีให้เห็นมาแล้วสำหรับทีมที่เคยถูกคาดหมายว่าจะรุ่งเรืองแต่กลับกลายเป็นรุ่งริ่งเมื่อวันเวลาผ่านไปโดยปราศจากถ้วยรางวัล ตัวอย่างเช่น ลีดส์ ยูไนเต็ด ของ เดวิด โอเลียรี่ ที่มีทรงแทบจะถอดแบบเป๊ะๆมาจาก สเปอร์ส ในเวลานี้ จากการเป็นทีมพลังหนุ่มที่มีจุดแข็งด้านความเร็วและพละกำลังและไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน แต่พอหลังจากที่พวกเขาจบฤดูกาลในอันดับที่ 4 จนอดไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมก็เริ่มเข้าสู่ช่วงล่มสลายและมีสภาพไม่ต่างจากแพแตก

หรืออย่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในยุคของ เควิน คีแกน ที่เป็นนิยามของฟุตบอลเอ็นเตอร์เทนลำดับต้นๆในสมัยนั้น จากสไตล์การเล่นแบบบู๊ล้างผลาญถอยหลังเป็นสะดุดที่ตามมาด้วยผลการแข่งขันที่น่าจดจำ เช่น ชัยชนะแบบขาดลอยเหนือ แมนฯ ยูไนเต็ด 5-0 และ เกมส์ปูพรมใส่ สเปอร์ส 7-1 หรือแม้แต่การพ่ายแพ้แบบสุดมันส์ต่อ ลิเวอร์พูล 4-3 แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ทำได้ดีที่สุดแค่ตำแหน่งรองแชมป์ 2 ปีซ้อน ก่อนจะค่อยๆหล่นหายไปจากตำแหน่งหัวตาราง

ถึงแม้ในอีกไม่กี่ปีให้หลัง เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน จะเข้ามาช่วยปลุกชีพทีมด้วยรูปแบบที่ใกล้เคียงกับ ไก่เดือยทอง ในเวลานี้จนทำให้จบฤดูกาลในอันดับท็อป 5 ถึง 3 ปีติดต่อกัน แต่ก็อีกเช่นเคยเมื่อไม่มีถ้วยรางวัลใดๆตกมาถึงพวกเขา สุดท้าย สาลิกาดง ก็ค่อยๆดร็อปลงไปเป็นทีมครึ่งล่างของตารางจนถึงขนาดตกชั้นไปหลังจากนั้นไม่นาน

อนาคตคลับไก่

ไวท์ ฮาร์ท เลน

ปัญหาที่อาจจะตามมาจากการร้างลาแชมป์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือการสูญเสียผู้เล่นคนสำคัญออกไป ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้อย่าง ลิเวอร์พูล ที่เคยเป็นทีมหัวแถวทั้งในระดับประเทศและในยุโรป จนกระทั่งพวกเขาต้องปล่อยตัว ชาบี อลอนโซ่ ออกไปให้กับ เรอัล มาดริด ก็ทำให้จากที่เคยผงาดอยู่ในตำแหน่งรองแชมป์กลับตกไปอยู่อันดับที่ 7 ในฤดูกาลถัดมาและห่างหายจากเวทียุโรปไปนาน จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยด้วยการต้องยอมปล่อยตัว หลุยส์ ซัวเรซ ออกไปอีกในปี 2014

ยังดีที่สถานภาพทางการเงินที่มั่นคงของ ไก่เดือยทอง จะช่วยให้แผนการสร้างสนามเหย้าใหม่ดูจะไม่น่าเป็นห่วงเหมือนกับกรณีของ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่ อาร์เซน่อล ต้องทยอยปล่อยนักเตะคนสำคัญออกไปรวมถึงต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัดมานานเกือบ 10 ปีหลังจากที่พวกเขาทะลุไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนจะพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า ในปี 2006

สเปอร์ส

สเปอร์ส ในวันนี้คือทีมที่มาในรูปแบบของความก้าวหน้า พร้อมกับเกมส์การเล่นที่ตื่นตาตื่นใจและสามารถคว้าชัยชนะที่สวยสดงดงาม ยังขาดก็แต่เพียงบทสรุปที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ก็เท่านั้น คงไม่มีใครล่วงรู้ถึงอนาคตในวันข้างหน้าว่าพวกเขาจะต้องลงเอยแบบแห้งเหี่ยวเหมือนหลายๆทีมที่เคยเปรี้ยงปร้างขึ้นมาในลักษณะนี้หรือไม่ กาลเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขาจะสามารถหลีกเลี่ยงชะตากรรมที่น่าผิดหวัง หรือแม้แต่ถึงขั้นไต่เต้าขึ้นไปจนบรรลุเป้าหมายอย่างที่พวกเขาใฝ่ฝันไว้

ไฮไลท์ฟุตบอล วิเคราะห์บอล ดูผลบอลสด ดูบอลออนไลน์ ข่าวฟุตบอล คอลัมน์ลูกหนัง คลิปเด่นประเด็นร้อน จัดเต็มรอบโลก ที่เดียวที่นี่ มีครบส่งตรงถึงคุณ สด ใหม่ทุกวัน

Facebook Comments
Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail