“โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด”ต้นแบบสนามที่คู่แข่งกำลังเดินตามรอย

0
162
โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด ในวันนี้อาจจะเริ่มมีผลงานที่ตอกย้ำบรรดาสาวกทั้งหลายว่า พวกเขาไม่ได้มีฐานะเป็นขาใหญ่อยู่ใน พรีเมียร์ลีก เหมือนในช่วงยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อีกต่อไป ซึ่งหลังจากที่บุกไปพ่ายแพ้ให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พร้อมกับโบกมือลาให้กับตำแหน่งท็อปโฟร์ ในอีกด้านหนึ่งของทางฝั่งคู่ต่อสู้ก็มีสัญญาณเตือนว่ากำลังจะมีบางสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

แลนด์มาร์ค แห่ง ลอนดอน

ไวท์ ฮาร์ท เลน

ในขณะที่ทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สามารถสร้างสถิติไร้พ่ายในบ้านได้ตลอดทั้งซีซั่นที่ผ่านมา พร้อมกับยืดสถิติที่ไม่เสียท่าให้กับ ปีศาจแดง ในบ้านเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ปรากฏต่อหน้าสายตาแฟนๆที่ชมเกมส์ในวันนั้นก็คือการดำเนินการก่อสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ที่กำลังจะเข้ามาแทนที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ภายในฤดูกาลหน้า

ในช่วงเวลาเกือบ 18 เดือนที่ผ่านมา ไก่เดือยทอง วางแผนที่จะลงเตะต่อหน้าแฟนๆในสนามแห่งใหม่ที่มีความจุร่วม 61,000 ที่นั่ง และแน่นอนว่ารายได้จากผู้ชมที่เพิ่มมากขึ้นบวกกับพื้นที่โฆษณาจากเหล่าสปอนเซอร์ทั้งหลาย จะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางด้านการเงินให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี

สเปอร์ส ไม่ใช่คู่แข่งสำคัญเพียงรายเดียวที่เตรียมจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของ ปีศาจแดง ยังมี เชลซี ตัวแทนจาก ลอนดอน อีกหนึ่งทีมที่กำลังวางแผนจะปรับปรุง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้กลายเป็นอาณาจักรลูกหนังที่สามารถรองรับกองเชียร์ได้มากถึง 60,000 ที่นั่งเช่นกัน

แต่ทั้ง สเปอร์ส และ เชลซี หรือแม้แต่ อาร์เซน่อล ที่เนรมิตสนามแข่งขันขนาด 60,000 ที่นั่งภายใต้ชื่อ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2006 ก็ยังไม่มีทีมไหนที่ใกล้เคียงจะโค่นล้มบัลลังก์แชมป์สังเวียนลูกหนังที่ใหญ่ที่สุดใน อังกฤษ ของ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ลงได้ และแม้แต่พวกเขากำลังมีแพลนจะลดที่นั่งลงจาก 75,635 ที่นั่งลงเหลือ 73,300 ที่นั่งภายในปี 2020 เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการก็ตาม

โรงละครแห่งความฝัน

โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

หลังจากฤดูกาล 2005-06 ผ่านพ้นไป โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้รับการต่อเติมขึ้นไปอีก 8,000 ที่นั่งทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของสนาม จนทำให้ ยูไนเต็ด มีตัวเลขผู้เข้าชมเกมส์เฉลี่ยสูงถึง 68,765 คน โดยทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่เป็นอีกเพียงทีมเดียวที่มียอดคนดูทะลุหลัก 50,000 โดยอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 52,032 คน

ในขณะที่ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นทีมคู่แข่งอื่นๆต่างมีสถิติผู้ชมห่างไกลจาก ยูไนเต็ด ลิบลับ ทั้ง ลิเวอร์พูล (44,236), แมนฯ ซิตี้ (42,856), เชลซี (41,902), อาร์เซน่อล (38,184) หรือ สเปอร์ส (36,074) ซึ่งก็ส่งผลให้พวกเขาตกเป็นรองในด้านของการปั่นเงินเข้าสโมสร จนทำให้ โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย เริ่มต้นการลงทุนในระดับพันล้านเพื่อหวังให้ เดอะ บลูส์ สามารถเดินตามรอยของ โรงละครแห่งความฝัน

จากวิสัยทัศน์และการมองการณ์ไกลของ ปีศาจแดง ในเวลานั้น ทำให้พวกเขาทิ้งห่างทีมคู่แข่งในแง่ของความมั่นคงทางด้านตัวเลขในบัญชีมาเป็นระยะเวลานาน แต่ล่าสุดระยะห่างนั้นเริ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที ในระหว่างฤดูกาล 2015-16 พวกเขากวาดรายรับจากค่าตั๋วในเกมส์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปได้รวมกัน 107 ล้านปอนด์ ซึ่งมากกว่าที่ อาร์เซน่อล ทำได้แค่ 7 ล้านปอนด์ ในขณะที่ สเปอร์ส สร้างรายรับตรงจุดนี้ได้เพียง 41 ล้านปอนด์ในซีซั่นที่แล้ว แต่แผนการย้ายสนามเหย้าแห่งใหม่ในฤดูกาลหน้า ก็คงจะทำให้รายได้ของพวกเขาขยับขึ้นสูงไปอีก

ตามรอยต้นแบบ

แอนฟิลด์

ส่วนทางฝั่งคู่แข่งรายอื่นๆอย่าง แมนฯ ซิตี้ ที่ได้รับเงินอัดฉีดจาก ชีคห์ มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ก็ได้ทำการต่อเติม เอติฮัด สเตเดี้ยม จนมีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 55,000 ที่นั่งและยังพร้อมที่จะขยายเพิ่มต่อไปในอนาคต ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็มีสนามเหย้าในปัจจุบันที่รองรับผู้ชมได้ถึง 54,000 ที่นั่ง โดยที่เจ้าของทีมชาวอเมริกันก็ยังมีโครงการที่จะขยาย แอนฟิลด์ ให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมในซีซั่นถัดๆไป

แม้แต่กระทั่ง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมระดับกลางๆที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันซักเท่าไร ยังกลายเป็นทีมที่มีสนามเหย้าจุคนดูได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศในเวลานี้ หลังย้ายเข้าไปสู่ ลอนดอน สเตเดี้ยม ที่รองรับผู้ชมได้สูงสุดถึง 66,000 ที่นั่งเมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2016-17 (แต่ปัจจุบันจำกัดไว้ที่ 57,000 ที่นั่งตามข้อสัญญาที่ทำไว้)

แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด มีแผนการรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร? ยังไม่มีเหตุผลใดๆที่จะทำให้พวกเขาต้องละทิ้ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปยังที่ใหม่ และพวกเขายังคงได้เปรียบที่บริเวณรอบข้างยังเป็นพื้นที่ที่พร้อมจะต่อเติมอะไรออกไปได้อีก ถึงแม้ในอดีตการก่อสร้างพาดผ่านทางเดินรถไฟจะเป็นอุปสรรคสำคัญในงานประเภทนี้ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้พวกเขาสามารถทำงานได้สะดวกขึ้นและไม่ต้องเปลืองงบประมาณอย่างที่เคยเป็นมาก่อน

นิว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด!?

ปีศาจแดง

แต่คำถามคือ หาก ปีศาจแดง เนรมิตสนามเหย้าของพวกเขาให้เพิ่มขึ้นเป็น 90,000 ที่นั่ง จะมีคนดูเข้ามาเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 16,000 คนและคุ้มค่ากับที่ลงทุนไปหรือไม่? เรื่องนี้เชื่อกันว่ามีทีมผู้บริหารบางคนมองถึงความเป็นไปได้จากโครงสร้างสนามในสไตล์ทางฝั่ง อเมริกา

หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงปรี-ซีซั่น ในเดือนกรกฎาคม 2015 หลุยส์ ฟาน กัล เคยพาลูกทีมลงเตะกับ บาร์เซโลน่า ในสนาม ลีวายส์ สเตเดี้ยม ที่ ซานตา คลาร่า รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่สร้างความประทับใจให้กับพวกเขาจากสถาปัตยกรรมและแนวคิดในการใช้งานของพื้นที่ ซึ่งหากพวกเขาดำเนินการต่อเติม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตามรอยสนามเหย้าของ ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ก็น่าจะรองรับความจุได้เพิ่มขึ้นกว่า 80,000 ที่นั่ง แต่อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบางอย่างโดยเฉพาะในส่วนบริเวณหลังคา เนื่องจากสภาพภูมิอากาศสายลมและแสงแดดของที่นั่นแตกต่างจากสภาพฝนตกชุกและหนาวเย็นกว่าของ แมนเชสเตอร์

หากโครงการนี้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจริงก็จะกลายเป็นตำนานบทใหม่ของบรรดาสโมสรใน อังกฤษ แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ทีมคู่แข่งต่างไล่กวดเข้ามาแบบชนิดหายใจรดต้นคอ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะเริ่มต้นแผนการขยับตัวเองหนีห่างออกไป หากหวังยังรักษาบัลลังก์ความยิ่งใหญ่ของตนเองเอาไว้ให้นาน

ไฮไลท์ฟุตบอล วิเคราะห์บอล ดูผลบอลสด ดูบอลออนไลน์ ข่าวฟุตบอล คอลัมน์ลูกหนัง คลิปเด่นประเด็นร้อน จัดเต็มรอบโลก ที่เดียวที่นี่ มีครบส่งตรงถึงคุณ สด ใหม่ทุกวัน

Facebook Comments
Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail